NIDESP32 USB-C
1. การเชื่อมต่อและความสะดวก (Connectivity)
- USB Type-C Interface: เปลี่ยนจาก Micro-USB แบบเดิม ทำให้เสียบสายได้ทั้งสองด้าน ทนทานกว่า และรองรับการจ่ายกระแสไฟที่เสถียรกว่า
- Built-in USB-to-Serial Converter: มักใช้ชิปตระกูล CH340 เพื่อให้คอมพิวเตอร์มองเห็นบอร์ดและอัปโหลด Code ได้ทันที
- Power Supply: รองรับแรงดันไฟ 5V ผ่านพอร์ต Type-C และมี LDO Regulator บนบอร์ดเพื่อแปลงเป็น 3.3V สำหรับชิป ESP32
2. ขุมพลังประมวลผล (Processing Power)
- Dual-Core Processor: Xtensa® Dual-Core 32-bit LX6
- Clock Speed: ปรับแต่งได้ตั้งแต่ 80 MHz ถึง 240 MHz
- SRAM: 520 KB ภายในชิป, Flash memory 4MB
3. การสื่อสารไร้สาย (Wireless Features)
- Wi-Fi: มาตรฐาน 802.11 b/g/n (ความเร็วสูงสุด 150 Mbps)
- Bluetooth: รองรับทั้ง Bluetooth Classic และ Bluetooth Low Energy (BLE) เวอร์ชัน 4.2
4. พอร์ตการเชื่อมต่อและเซนเซอร์ (I/O & Sensors)
- GPIOs: มีขาใช้งานหลากหลาย (32 ขา)
- ADC/DAC: ตัวแปลงสัญญาณ Analog เป็น Digital (12-bit) และ Digital เป็น Analog (8-bit)
- Communication Protocols: รองรับ UART (3 พอร์ต), SPI (3 พอร์ต), I2C (2 พอร์ต), และ I2S
- PWM: รองรับการควบคุมมอเตอร์หรือหลอดไฟ LED หลายช่องพร้อมกัน
- Hall Effect Sensor: เซนเซอร์ตรวจจับสนามแม่เหล็กในตัว
- เสาอากาศแบบ PCB บนโมดูล ESP32 (ไม่ต้องต่อเสา WiFi เพิ่ม)
· บนบอร์ดมีวงจรในการกรองสัญญานรบกวน จากคลื่นกระแสไฟฟ้า
ตารางเปรียบเทียบข้อดีของรุ่น USB Type-C
คุณสมบัติ | Micro-USB (รุ่นเก่า) | USB Type-C (รุ่นใหม่) |
ความทนทาน | พอร์ตหักหรือหลวมง่าย | แข็งแรง ทนทานต่อการเสียบซ้ำ |
ความสะดวก | ต้องดูทิศทางหัวเสียบ | เสียบด้านไหนก็ได้ (Reversible) |
การจ่ายไฟ | มักจำกัดที่กระแสต่ำ | รองรับการจ่ายกระแสได้สูงและนิ่งกว่า |
ความเข้ากันได้ | เริ่มหาหัวสายยากขึ้น | ใช้สายร่วมกับมือถือรุ่นใหม่ๆ ได้ทันที |
Dimension : width: 2.7 cm. x length: 5 cm. x height: 1 cm., weight 10 grams